Welcome to Woraburi Ayothaya Convention Resort - Ayutthaya, Thailand









Songkran Hot Deal

Period: 10 - 20 April 2008 Superior room at
Baht 1,250-nett/room/night
Package 2 Days/1 Night
Period: Now - 30 November 2008 Only
Baht 1,950-nett for 2 persons
Nearby Attractions
วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดใหญ่ชัยมงคล
วิหาร
พระมงคลบพิตร
วัดราชบูรณะ
วัดมหาธาตุ พระราชวังฤดูร้อน
บางปะอิน

พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ
เจ้าสามพระยา

วัดไชยวัฒนาราม
ศูนย์ศึกษา
ประวัติศาสตร์
อยุธยา
พระที่นั่งเพนียด
วัดหน้าพระเมรุ วัดพระราม
วัดพุทไธศวรรย์ วัดพนัญเชิง
วรบุรี อโยธยา คอนเวนชัน รีสอร์ท
89 หมู่ 11 ถ. วัดกล้วย, ต. กะมัง, อ. พระนครศรีอยุธยา, จ. พระนครศรีอยุธยา 13000
โทร. 035-249600-49 แฟกซ์: 035-249625


สำนักงานใหญ่ :
โทรศัพท์ : 02-256-0890-2 ต่อ 302 แฟกซ์ : 02-256-0740



อยุธยา

เมืองเก่าอยุธยา หรือที่รู้จักอย่างเป็นทางการว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตประมาณ 417 ปีก่อนเคยเป็น เมืองหลวงเก่าของราชอาณาจักรไทย ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะมาเยี่ยมชม

ถึงแม้ว่าอยุธยาจะเป็นเมืองที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่เพียง 2,557 ตารางกิโลเมตรแต่ก็ได้ชื่อว่ามีความสำคัญอย่าง ยิ่งในเชิงประวัติศาสตร์เนื่องด้วยเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศสยามมากว่า 4 ศตวรรษ การเดินทาง จากกรุงเทพไปอยุธยานั้นแสนสะดวกเพราะไปได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางเรือเนื่องจากอยุธยาเป็นเมืองอก แตก มีแม่น้ำสายหลักของประเทศคือแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ตัวเมืองอยุธยาตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพไปทาง เหนือประมาณ 76 กิโลเมตร ที่นี่เป็นโบราณสถานอันเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสิ่งซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่เป็น หลักฐานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในยุคเฟื่องฟู ลงไปทางใต้ของเมืองจะเป็นที่ตั้งของพระราชวังบางประอินที่ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้อันงดงาม นอกจากนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังเป็นที่ตั้งของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อันเป็นโครงการในพระราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถอีกด้วย

นักท่องเที่ยวจะสามารถพบเห็นซากปรักหักพังและงานหัตถกรรมโบราณได้ทั่วเมืองอยุธยา เมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้น ในปี ค.ศ. 1350 โดยพระเจ้าอู่ทอง ในครั้งนั้นชนชาติไทยได้ถูกขับไล่จากเพื่อนบ้านในดินแดนทางเหนือให้ถอย ร่นมายังดินแดนทางใต้ ในสมัยที่อยุธยาเป็นเมืองหลวง มีกษัตริย์ผู้ปกครองทั้งสิ้น 33 พระองค์จากหลาย ราชวงศ์ อยุธยารุ่งเรืองอยู่ได้จนกระทั่งถูกพม่ารุกรานในปี ค.ศ. 1767 ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไทยแตกพ่ายและต้อง ทิ้งเมืองในที่สุด

จากหลักฐานการบันทึกทางประวัติศาสตร์และซากโบราณสถานขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง เป็นหลักฐาน พิสูจน์ได้ว่าครั้งหนึ่งอยุธยาเคยเป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพื่อเป็นการรับรองความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองหลวงเก่าแห่งนี้ ทางยูเนสโกได้ขึ้น ทะเบียนให้อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาและบริเวณใกล้เคียงเป็นมรดกโลก ประกาศในปี 1991

วัดพระศรีสรรเพชญ์
ศาสนสถานที่สำคัญและโดดเด่นแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)ที่กรุงเทพ ในอดีตวัดพระศรีสรรเพชญ์เคยถูกใช้เป็นพระตำหนักที่ประทับในรัชสมัยของพระรามาธิบดีที่ ๑ ต่อมาในยุคของพระบรมไตรโลกนาถได้มีรับสั่งให้สร้างที่ประทับใหม่ สถานที่แห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนมาเป็นพระอารามหลวงที่ไม่มีพระและสามเณรจำพรรษา วัดพระศรีสรรเพชญ์เปิดให้เข้าชมเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท

วิหารพระมงคลบพิตร
พระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ แต่เดิมถูกประดิษฐานไว้บริเวณด้านนอกของพระราชวังฝั่งตะวันออก ต่อมาพระเจ้าทรงธรรมได้มีรับสั่งให้ย้ายมาประดิษฐาน ณ ฝั่งตะวันตกอันเป็นที่ประดิษฐานในปัจจุบัน และรับสั่งให้สร้างมณฑปครอบองค์พระไว้ ในช่วงเสียกรุงครั้งที่สอง อาคารที่ประดิษฐานและพระพุทธรูปต่างก็ถูกเผาเสียหายเป็นอย่างมาก ที่เห็นในปัจจุบันนั้นเป็นการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ บริเวณลานกลางแจ้งทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของวิหารเคยเป็นที่จัดพระราชพิธีศพของราชวงศ์ในอดีต (ปัจจุบันจัดขึ้นที่สนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ, กรุงเทพ)

วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุตั้งอยู่ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวังฝั่งตะวันออกใกล้กับสะพานป่าตาล วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบรมราชาธิราชที่ ๑ และเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
ตั้งอยู่บนถ. โรจนะ ตรงข้ามกับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุหลากหลายชนิด พระพุทธรูป และงานแกะสลัก บริเวณฐานมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่เก็บรักษางานศิลปะอายุกว่า 500 ปี นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ยังได้จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นหลากหลายหมวดหมู่ไว้อีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ทุกวันยกเว้นวันจันทร์และวันอังคาร เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09:00 – 16:00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท

วัดหน้าพระเมรุ
วัดหน้าพระเมรุหรือชื่อเดิมคือวัดพระเมรุราชิการาม ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งคลองสระบัวตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง อุโบสถเป็นศิลปะการออกแบบตามรูปแบบศิลปะในช่วงอยุธยาตอนต้น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือพระประธานที่ถูกประดับด้วยเครื่องแต่งกายเต็มยศตามแบบกษัตริย์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สร้างจากหินประดิษฐานอยู่ในวิหารเล็ก วัดหน้าพระเมรุเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น. ค่าเข้าชม 20 บาท

วัดใหญ่ชัยมงคล
วัดใหญ่ชัยมงคลถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอู่ทอง ตั้งอยู่นอกเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทางเดียวกับสถานีรถไฟ เราสามารถเห็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ได้จากระยะทางไกล ๆ พระนเรศวรมหาราชโปรดให้สร้างพระเจดีย์นี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะจากการต่อสู้บนหลังช้าง เจดีย์ขนาดใหญ่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล” ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้รับกับเจดีย์ขนาดใหญ่อีกองค์ที่วัดภูเขาทอง เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น. ค่าเข้าชม 20 บาท

วัดพนัญเชิง
วัดพนัญเชิงตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองอยุธยา ศาสนสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นก่อนที่อยุธยาจะเป็นเมืองหลวงเล็กน้อย ภายในวิหารหลักเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่วัดความสูงได้ 57 ฟุตซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวไทยเชื้อสายจีน พระประธานองค์นี้มีชื่อว่า “พระเจ้าพนัญเชิง” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางปราบมาร ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1325 วัดแห่งนี้เป็นที่แวะพักเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีชื่อเสียง และเป็นวัดที่สามารถเดินทางมาจากใจกลางเมืองเก่าได้ทางเรือ


วัดพระราม
ศาสนสถานแห่งนี้ตั้งอยู่นอกเขตบริเวณพระบรมมหาราชวังฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระราเมศวรเพื่อใช้ในการประกอบพระราชพิธีศพของพระบิดา(พระเจ้าอู่ทอง) บึงขนาดใหญ่บริเวณหน้าวัดมีชื่อเรียกแต่เดิมว่า “หนองโสน” ภายหลังเปลี่ยนเป็น “บึงพระราม” และเป็น “สวนสาธารณะบึงพระราม” ในปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท

วัดราชบูรณะ
วัดราชบูรณะตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดมหาธาตุ แต่เดิมประกอบด้วยเจดีย์สององค์ที่พระบรมราชาธิราช(เจ้าสามพระยา)ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอณุสรณ์สำหรับเจ้าอ้ายและเจ้ายี่ที่สู้รบเพื่อชิงพระราชสมบัติกันจนสิ้นพระชนม์ที่นี่ ต่อมาได้โปรดให้สร้างวิหารและพระปรางค์ขึ้นในบริเวณเดียวกันเพื่อยกขึ้นเป็นศาสนสถาน วัดราชบูรณะเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น.

วัดพุทไธศวรรย์
ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำตรงข้ามกับทางใต้ของเกาะอยุธยา ถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่พระเจ้าอู่ทองและไพร่พลอพยพมาอยู่เป็นที่แรกก่อนที่จะสร้างเมืองอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “เวียงเล็ก”

วัดไชยวัฒนาราม
เป็นอีกศาสนสถานหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝุ่งแม่น้ำเดียวกันกับที่วัดพุทไธศวรรย์ตั้งอยู่ แต่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะอยุธยา ถูกสร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของของพระเจ้าปราสาททอง พระปรางค์และเจดีย์โดยรอบยังคงตั้งอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ วัดไชยวัฒนารามเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา
ตั้งอยู่บนถนนโรจนะ ศูนย์แห่งนี้เป็นเป็นสถาบันวิจัยสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของอยุธยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างช่วงที่เป็นเมืองหลวงของไทย ศูนย์การศึกษาแห่งนี้เป็นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอยุธยาโดยผ่านสิ่งก่อสร้างที่จำลองแบบมาจากสถานที่จริง นอกจากนี้ทางศูนย์ยังมีบริการให้ข้อมูลการท่องเที่ยวและมีห้องสมุดอันเป็นที่เก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับอยุธยาไว้บริการอีกด้วย ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 16:30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.(035) 245123-4 ค่าเข้าชม 100 บาท

พระที่นั่งเพนียด
พระที่นั่งแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในการทอดพระเนตรพิธีคล้องช้าง ตั้งอยู่ที่ ต. สวนพริก อ. พระนครศรีอยุธยา ลักษณะโดยรอบเป็นกรงขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยท่อนซุง จากจุดศูนย์กลางทางด้านหน้ามีปีกกาแยกเป็นรั้วไปสองข้าง รอบเพนียดเป็นกำแพงอิฐเสมอยอดเสา ด้านหลังคอกตรงข้ามแนวปีกกาเป็นพลับพลาที่ประทับ คอกเพนียดได้รับการบูรณะให้อยู่ในสภาพเดิมในปีพ.ศ. 2531

พระราชวังฤดูร้อนบางปะอิน
บางปะอินเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพไปทางเหนือเป็นระยะทาง 58 กิโลเมตรทางรถไฟ และ 61 กิโลเมตรทางรถยนต์ บางะอินเป็นที่รู้จักกันดีเพราะเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนใดก็อยากไปเยี่ยมชม เดิมทีบริเวณนี้เป็นเกาะที่มี่น้ำล้อมร้อบ ในรัชสมัยของพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2173 – 2198) ได้โปรดให้สร้างวัดชุมพลนิกายารามขึ้นในที่ดินส่วนพระองค์ ต่อมาได้มีรับสั่งให้สร้างพระราชวังขึ้นบริเวณกลางเกาะเพื่อที่ใช้เป็นที่ประทับตามฤดูกาล พระราชวังแห่งนี้ล้อมรอบด้วยทะเลสาปขนาดยาว 400 เมตรกว้าง 40 เมตร ต่อมาหลังจากสิ้นรัชสมัของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแล้วพระราชาวังแห่งนี้ก็ยังถูกใช้เป็นที่ประทับพักร้อนของกษัตริย์ในสมัยอยุธยาสืบต่อมา จนเมื่อราชธานีแห่งใหม่ถูกย้ายไปตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร พระราชวังบางปะอินแห่งนี้ก็ได้ถูกทิ้งร้างถึง 80 ปี จวบจนถึงสมัยของรัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงศ์จักรี (พ.ศ. 2394 – 2411) พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้จึงได้ต้อนรับการมาเยือนของพระมหากษัตริย์อีกครั้งหนึ่ง รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้สร้างบ้านพักขึ้นในบริเวณพระราชวัง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. 2411 – 2469) ทรงโปรดสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดให้สร้างพระราชวังดังที่เห็นในปัจจุบันและได้เสด็จมาประทับเป็นประจำทุกปี เกาะบางปะอินตั้งอยู่ห่างจากเกาะอยุธยาเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร จากตัวเมืองอยุธยาขับรถไปตามทางถ. พหลโยธิน จากนั้นเลี้ยวขวาที่ กม. 35 ขับต่อไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตรก็จะเจอพระราชวังบางปะอิน เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 16:00 น. ค่าเข้าชม 100 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (035) 261044,261935


หน้าหลักเครือวรบุรี | เกี่ยวกับเรา | โปรโมชั่นพิเศษ | ข้อตกลงและเงื่อนไข | ตำแหน่งงานว่าง | ติดต่อเรา
   
สำนักงานใหญ่ Sawasdee & Woraburi Group : 128/9 สุขุมวิท ซอย 4, ถนนสุขุมวิท, คลองเตย, กรุงเทพ 10110
สำรองห้องพัก : โทร. 02-256 0890-2 , 02-255 2494-5 เวลาทำการ : 9.00 - 18.00 น. หลัง 18.00 น. กรุณาติดต่อ โทร. 089-113-5938
Fax : 0-2256 0738-9 , 0-2256 0741 (24 ชม.) อีเมล์ : contact@woraburi.com
© Copyright by Sawasdee & Woraburi Group.
Sawasdee Hotels & Resorts - Woraburi Hotels & Resorts The Best Budget Hotels in Bangkok, Pattaya Thailand Silk Bar Restaurant Sunset Street Salidara Spa